รายงานผลการเลือกตั้งประธานาบิดีสหรัฐอเมริกา





    
     เมื่อวันที่ พ.ย. บีบีซีรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า ในช่วงเที่ยงคืนตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้ามืดของประเทศไทย คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งตามมลรัฐต่างๆ เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการนับคะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่นับจากคณะผู้เลือกตั้ง เรียกว่า อิเลกทอรัล คอลเลจ (electoral college) ผู้ที่จะเป็นตัวแทนประชาชนไปเลือกประธานาธิบดี มีทั้งหมด 538 เสียง ดังนั้นผู้ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีที่กำคะแนนคณะผู้เลือกตั้งนี้ถึง 270 เสียง จะถือเป็นผู้ชนะ ด้านซีเอ็นเอ็นรายงานผลเอ็กซิตโพล ในรัฐนอร์ท แคโรไลนา รอมนีย์และโอบามาต่างมีคะแนนเท่าๆ กันที่ร้อยละ 49 ส่วนเอ็กซิตโพลที่รัฐโอไฮโอ รัฐที่มักเป็นคะแนนหลักในการตัดสินผู้ชนะ โอบามานำรอมนีย์ร้อยละ 51 ต่อ 48
    ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ สรุปแล้วว่าบารัค โอบามาจะยังคงครองตำแหน่งผู้นำประเทศได้อีกเป็นสมัยที่ 2 แต่การชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งแรกนัก เพราะคะแนนโหวตที่ให้กับมิตต์ รอมนีย์หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น เล่นเอาทั้งผู้นำเดโมแครตและแฟนคลับโอบามาต้องลุ้นคะแนนโหวตแบบหืดขึ้นคอ ขณะที่มิตต์ รอมนีย์เอง ดูฟอร์มแล้วไม่น่าจะมาไกลถึงขนาดที่มีคะแนนสูสีขนาดนี้ แต่วันนี้ เราต้องยอมรับว่า เขาทำได้แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นเพราะนโยบายเศรษฐกิจที่มีความเป็นรูปธรรม และตอบโจทย์ชาวอเมริกันมากกว่า!

   ทั้งนี้ สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ชนะจะต้องได้คะแนนเสียงอิเล็คทอรัลโหวตไม่ต่ำกว่า 270 เสียง จากทั้งหมด 538 เสียงทั่วประเทศ ไม่ใช่คะแนนเสียงป็อปปูลาร์โหวตจากประชาชน ซึ่งถ้าหากครั้งนี้ โอบามา หรือรอมนีย์ ชนะเพียงคะแนนเสียงอิเล็กทอรัลโหวต เขาก็จะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแบบที่ไม่สามารถชนะป็อปปูลาร์โหวตได้นั่นเอง ส่วนคณะเลือกตั้งทั้งหมด 538 เสียงทั่วประเทศนั้น แยกตามรัฐได้ดังนี้
   รัฐแอละแบมา (9 เสียง),รัฐอะแลสกา (3 เสียง),รัฐแอริโซนา (11 เสียง),รัฐอาร์คันซอ (6 เสียง),
รัฐแคลิฟอร์เนีย (55 เสียง),รัฐโคโลราโด ( 9เสียง),รัฐคอนเนตทิคัต (7 เสียง),รัฐเดลาแวร์ (3 เสียง),
รัฐฟลอริดา (29 เสียง),รัฐจอร์เจีย (16 เสียง),รัฐฮาวาย (4 เสียง)
,รัฐไอดาโฮ (4 เสียง), รัฐอิลลินอยส์ (20 เสียง),รัฐอินดีแอนา (11 เสียง),รัฐไอโอวา (6 เสียง),รัฐแคนซัส (6 เสียง),รัฐเคนทักกี (6 เสียง)
รัฐลุยเซียนา (8 เสียง)
,รัฐเมน (4 เสียง),รัฐแมรีแลนด์ (10 เสียง),รัฐแมสซาชูเซตส์ (11 เสียง),รัฐมิชิแกน (16 เสียง),รัฐมินนิโซตา (10 เสียง),รัฐมิสซิสซิปปี (6 เสียง),รัฐมิสซูรี (10 เสียง),รัฐมอนแทนา (3 เสียง),รัฐเนแบรสกา (5 เสียง),รัฐเนวาดา (6 เสียง),รัฐนิวแฮมป์เชียร์ (4 เสียง),รัฐนิวเจอร์ซีย์ (14 เสียง),รัฐนิวเม็กซิโก (5 เสียง),รัฐนิวยอร์ก (29 เสียง),รัฐนอร์ทแคโรไลนา (15 เสียง),รัฐนอร์ทดาโคตา (3 เสียง),รัฐโอไฮโอ (18 เสียง),รัฐโอคลาโฮมา (7 เสียง),รัฐออริกอน (7 เสียง),รัฐเพนซิลเวเนีย (20 เสียง),รัฐโรดไอแลนด์ (4 เสียง),รัฐเซาท์แคโรไลนา (9 เสียง),รัฐเซาท์ดาโคตา (3 เสียง),
รัฐเทนเนสซี (11 เสียง),รัฐเทกซัส (38 เสียง),รัฐยูทาห์ (6 เสียง),รัฐเวอร์มอนต์ (3 เสียง),รัฐเวอร์จิเนีย (13 เสียง),รัฐวอชิงตัน (12 เสียง),รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย (5 เสียง),รัฐวิสคอนซิน (10 เสียง),
รัฐไวโอมิง (3 เสียง)






  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (พ.ย.) ว่า นายบารัก โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ คนที่ 44 ขึ้นกล่าวปราศรัยขอบคุณกับผู้สนับสนุน เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ที่แกรนด์พาร์ค ชิคาโก หลังคว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง หรืออิเล็กทรอรัลโหวต เกิน 270 เสียงขึ้นไป คว้าชัยชนะ 

นายโอบามา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาลงคะแนนเสียงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และไม่ได้ แบ่งเป็นสีแดง หรือสีน้ำเงิน แต่เป็นสหรัฐอเมริกา โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงว่าการแปลี่ยนแปลงมาถึงอเมริกาแล้ว และกล่าวอีกว่า เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา นายแมคเคนได้ โทรศัพท์มาแสดงความยินดีแล้ว พร้อมกล่าวชมแมคเคนว่าชาวอเมริกาควรชื่นชมที่นายแมคเคนเสียสละช่วยสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งขอบคุณ นาย โจ ไบเดน ผู้ที่อยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลาในการหาเสียงเลือกตั้ง และ 16 ปีที่ผ่านมาเขาได้รับการสนับสนุน และความรักจากภรรยาของเขา มิทเชล โอบามา รวมทั้งลูกทั้ง คน และว่า คุณยายของเขาแม้ไม่ได้มาร่วมยินดี แต่เชื่อว่าเธอจะเฝ้ามองจากที่ใดที่หนึ่ง นายโอบามา ยังกล่าวขอบคุณผู้จัดการรณรงค์หาเสียงของเขาด้วยที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ โดยเป็นผู้จัดการเลือกตั้งที่ดีที่สุดที่เคยมีมา พร้อมทั้งขอบคุณบุคคลที่สนับสนุนเขาทุกคน และนี่คือชัยชนะของทุกๆคน เขายังกล่าวว่า จะต้องแก้ปัญหาสงคราม พลังงานทดแทน แม้ว่าการทำทุกอย่างจะยาก แต่มีความหวังว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ทั้งนี้ รัฐบาลคงไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่พร้อมจะรับฟังเสียงประชาชน นายโอบามา กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทุกคนต้องมีจิตวิญญาณในการแก้ปัญหา และไม่ใช่วอลสตรีทจะรุ่งเรืองอย่างเดียว แต่คนธรรมดาจะต้องดีด้วย เขายังกล่าวย้ำสิ่งที่อับราฮัม ลินคอน เคยพูดว่า ทุกคนเป็นเพื่อนกันไม่ใช่ศัตรูกัน เขาต้องการความช่วยเหลือของประชาชนทุกคน และจะเป็นประธานาธิบดีที่ดีของประชาชน และประชาชนที่อยู่ทั่วโลกจะได้เห็นอรุณรุ่งวันใหม่ของผู้นำสหรัฐอเมริกา ใครร้องหาสันติภาพจะสนับสนุน แต่ใครที่จะทำลายล้าง ก็จะทำลายล้างกลับ โดยสิ่งที่จะชนะคนที่คิดจะทำลายล้างสหรัฐฯ ได้ จะมาจากพื้นฐานประชาธิปไตย และความมีเสรีภาพเขากล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหรัฐฯ ก็ยังเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตย เราควรทำอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น